Being a parent who listens - ทำไงดี ลูกไม่อยากคุย

บ้านไหนมีลูกที่ไม่อยากคุยกับพ่อแม่ คงกลุ้มใจไม่น้อยเลย ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคนจะชอบคุย โดยเฉพาะช่วงวัยรุ่นจะเป็นช่วงที่เด็กมักหันไปคุยกับเพื่อนๆมากกว่าพ่อแม่โดยธรรมชาติ แต่อย่างน้อยลูกๆควรจะสามารถพูดคุยกับพ่อแม่ได้อย่างสบายใจเมื่อต้องการ สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ลูกไม่ชอบคุยกับพ่อแม่ ก็เพราะเรายังเป็น “ผู้ฟัง” ที่ไม่ดีพอ

ทำยังไงถึงจะเป็นผู้ฟังที่ดี?

หากจะถามบรรดาวัยรุ่นทั้งหลายว่าพวกเค้าต้องการคุณพ่อคุณแม่แบบไหนมากที่สุด หลายคนคงบอกว่าอยากได้พ่อแม่ที่รับฟังและเข้าใจ และถึงแม้ว่าคุณพ่อคุณแม่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ฟังที่ดีให้กับลูกๆแล้ว ก็อาจยังทำได้ดียิ่งขึ้นไปอีก

เป็นเรื่องน่าแปลกที่คนส่วนใหญ่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ฟังที่ดีกว่าคนทั่วไป เช่นเดียวกับที่มักคิดว่าตัวเองขับรถดีกว่าคนโดยเฉลี่ย ซึ่งหมายความว่าคนจำนวนมากไม่ได้เป็นผู้ฟังที่ดีอย่างที่ตัวเองคิด และเมื่อถามว่าการเป็นผู้ฟังที่ดีควรมีลักษณะอย่างไรบ้าง คนส่วนใหญ่จะบอกว่า

  • ไม่พูดแทรกเมื่อผู้อื่นกำลังพูด
  • มีสีหน้าและท่าทางให้ผู้พูดรู้ว่าตัวเองกำลังฟังอยู่ เช่น พยักหน้าหรือทำเสียง อืม..อืม
  • สามารถจำและทวนบทสนทนาได้อย่างแม่นยำ

ทั้งสามข้อนี้ถึงแม้จะจัดว่าเป็นส่วนประกอบของการเป็นผู้ฟังที่ดี

แต่แค่นี้ยังไม่เพียงพอ

งานวิจัยที่สัมภาษณ์และเก็บข้อมูลจากเกือบ 3,500 คนพบว่าคนที่ผู้อื่นยกย่องว่าเป็นผู้ฟังที่ดีที่สุดนั้นมีลักษณะที่โดดเด่นอย่างมีนัยสำคัญ จัดกลุ่มรวมแล้วได้ 4 อย่างหลักๆ คือ

  1. ให้คำแนะนำและเปิดใจ
    ผู้ฟังที่ดีย่อมมีการตอบสนองต่อสิ่งที่ได้ฟัง และมีคำแนะนำให้ ถึงแม้ว่าการพยายามให้คำแนะนำเป็นสิ่งแทบทุกคนพยายามทำอยู่แล้ว แต่ความแตกต่างคือวิธีในการให้คำแนะนำ ซึ่งต้องมาให้ถูกจังหวะ เพราะหากรีบให้คำแนะนำเกินไป ผู้พูดมักคิดว่า “ยังฟังปัญหาไม่หมดเลย จะเข้าใจได้ยังไง” และให้คำแนะนำแบบเปิดใจไม่บังคับ คำแนะนำที่ดีจะช่วยทำให้เปลี่ยนมุมมองและวิธีคิดได้ ซึ่งต้องอาศัยทักษะและความมั่นคงทางอารมณ์อย่างมาก
    วลีเด็ด:
    “พ่อ/แม่เข้าใจว่าลูกรู้สึกยังไง แต่ลองเปลี่ยนมามองจากมุมของคนอื่นไหม”
    “จะลองทำตามที่พ่อ/แม่แนะนำหรือไม่ก็ได้นะ ถ้าไม่ได้ผลแล้วเราค่อยหาทางกันใหม่”

  2. มีบทสนทนาเชิงบวก
    เวลาได้คุยกับผู้ฟังที่ดี เราจะรู้สึกว่าคำพูดลื่นไหลออกจากปากทั้งสองฝ่ายแบบไม่สะดุด ไม่รู้สึกว่าต้องระมัดระวังคำพูดหรือกลัวคำวิจารณ์มากนัก เพราะผู้ฟังที่ดีสามารถทำให้ผู้พูดรู้สึกได้ว่าเขาอยากช่วยเหลือ ไม่ใช่แค่เพราะอยากเอาชนะ
    ผู้ฟังที่แย่ทำให้รู้สึกอึดอัดเพราะเหมือนการแข่งขันที่เขาจ้องจะจับผิดหรือตำหนิตลอดเวลา เรียกว่าอีกฝ่ายพูดยังไม่ทันจบก็คิดคำพูดตอบโต้ไว้เรียบร้อยแล้ว
    วลีต้องห้าม:
    “เป็นแบบนี้ทุกทีเลย”
    “ก็เคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่า…..”
    “เรื่องแค่นี้ ทำไมทำไม่ได้”
    “พูดอย่างนี้ไม่ได้นะ”
     
  3. ทำให้ผู้พูดรู้สึกดี
    ผู้ฟังที่ดีมักทำให้ผู้พูดรู้สึกดีกับตัวเอง และมั่นใจมากขึ้นว่าเค้าเลือกพูดได้ถูกคน ความรู้สึกเช่นนี้จะไม่เกิดหากเราไม่รู้สึกมีส่วนร่วมในประเด็นที่พูด หรือจ้องจะวิจารณ์ในสิ่งที่ได้ยิน ผู้ฟังที่ดีสร้างบรรยากาศในการสนทนาที่เปิดรับฟังปัญหาและความคิดเห็นด้วยความอยากเป็นกำลังใจและแสดงให้เห็นว่าเราอยู่ข้างเดียวกับเขา ถึงแม้ว่าในบางครั้งเราอาจมีความคิดเห็นที่แตกต่างก็ตาม
    วลีเด็ด:
    “เล่ามาได้เลย มีเวลาฟังเหลือเฟือ”
    “สัญญาว่าจะไม่โกรธ”
    “พ่อ/แม่เข้าใจและอยู่ข้างลูกนะ แต่เรื่องนี้ขอไม่เห็นด้วย เพราะ…”
     
  4. เป็นมากกว่า "ผู้ได้ยิน"​
    การนั่งฟังอย่างเงียบๆโดยไม่ขัดจังหวะหรือพยักหน้าตามถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ผู้ฟังที่ดีใส่ใจต่อสิ่งที่ได้ฟังมากพอที่จะถามคำถามต่อเพื่อให้ได้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยเฉพาะคำถามในแง่มุมที่แม้แต่ผู้พูดยังอาจไม่เคยนึกถึงมาก่อน และคำถามเป็นไปในเชิงสร้างสรรค์ การถามคำถามที่ดีเป็นการแสดงออกถึงความตั้งใจฟังที่มากไปกว่าการเป็นเพียงผู้ได้ยิน และทำให้ผู้พูดรู้สึกว่าเราไม่เพียงแค่รับฟังแต่ได้คิดตามถึงสิ่งที่ได้ฟังด้วย​
    วลีเด็ด:
    “เล่ามาได้เลย มีเวลาฟังเหลือเฟือ”
    “สัญญาว่าจะไม่โกรธ”​
    “พ่อ/แม่เข้าใจและอยู่ข้างลูกนะ แต่เรื่องนี้ขอไม่เห็นด้วย เพราะ…”​

การฟังที่ดีใช้มากกว่าหู แต่ควรวางเรื่องอื่นชั่วคราว ปิดมือถือ ใช้ตาสังเกตพฤติกรรมของผู้พูด เปิดใจ พร้อมทำตัวเป็นเหมือนแทรมโพลีนสำหรับกระโดดของเด็กๆ เพื่อส่งให้ผู้พูดเด้งสูงขึ้น รู้สึกดีและมีพลังมากกว่าเดิม


ที่มา: https://hbr.org/2016/07/what-great-listeners-actually-do

 

  

 

Previous Article
What is a “Paid Activity” or a “Service Trip”?

Next Article
June-July Newsletter
June-July Newsletter

Burnout is about resentment. It’s about knowing what matters to you so much that if you don’t get it, you’r...