ทักษะสู่ความสำเร็จของผู้นำทีม Google

Google พบเซอร์ไพร์ซเกี่ยวกับพนักงานตัวเองที่นักเรียนรุ่นใหม่ควรรู้ 

ณ จุดนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักกูเกิ้ล บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ดูเหมือนจะรู้ไปหมดทุกเรื่อง เพราะไม่ว่าเราจะอยากรู้อะไร สิ่งแรกที่จะทำคือการ “ถามอากู๋” ในขณะเดียวกันกูเกิ้ลก็เก็บข้อมูลของคนทั่วโลกจนรู้ไปหมดว่าเราทำงานที่ไหน ชอบกินอะไร ชอบซื้ออะไร หรือชอบดูละครเรื่องอะไร

แล้วกูเกิ้ลเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับพนักงานตัวเองบ้าง ใครเคยอยากทำงานบริษัทนี้ตามมาอ่านกันเลย

บริษัทกูเกิ้ลก่อตั้งโดยเซอร์เกย์ บริน และ ลารี เพจ ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เนื่องจากทั้งคู่เป็นนักคอมพิวเตอร์ขั้นเทพ ในช่วงแรกที่ก่อตั้งบริษัทจึงมุ่งจ้างนักคอมพิวเตอร์ระดับท๊อปจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงต่างๆในอเมริกา จนกระทั่งปี 2013 กูเกิ้ลก็อยากทราบว่าพนักงานของตนประเภทไหนกันแน่ท่ีมีผลงานดีที่สุด จึงเกิดเป็นโปรเจคชื่อออกซิเจน ที่มีการประมวลข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงาน การเลื่อนตำแหน่ง การลาออก ผลการประเมินงาน ของพนักงานระดับหัวหน้าทั้งหมดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี 1998 ผลปรากฏว่าข้อมูลที่ได้ค่อนข้างเซอร์ไพร์ซ เพราะในคุณลักษณะที่สำคัญที่สุดนั้น ความสามารถในด้าน STEM (science, technology, engineering and math) กลับมีความสำคัญน้อยที่สุด ส่วนทักษะที่สำคัญที่สุดนั้นจัดเป็น soft skills ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วย

  1. การเป็นโค้ชที่ดี

  2. การสื่อสารและการเป็นผู้ฟังที่ดี

  3. ความตระหนักรู้และเข้าใจผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง (รวมถึงคนที่มีความคิดเห็นหรือความเชื่อที่ต่างจากตนเอง)

  4. การรับรู้อารมณ์และความรู้สึกผู้อื่นรวมทั้งพร้อมสนับสนุนและให้กำลังใจเพื่อนร่วมงาน

  5. การเป็นนักคิดวิเคราะห์เชิงวิพากษ์ (critical thinker) และเป็นนักแก้ปัญหา

  6. ความสามารถในการคิดเชื่อมโยงประเด็นต่างๆที่ซับซ้อน

ฟังดูเหมือนกับว่าคุณลักษณะเหล่านี้น่าจะพบได้จากคนที่จบสาขาสายศิลป์สังคมมากกว่าสายวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรมด้วยซ้ำ หลังจากที่กูเกิ้ลวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมกับได้รับคำชี้แนะจากนักมานุษยวิทยา ทางบริษัทได้ตัดสินใจจ้างคนที่จบจากหลากหลายสาขามากขึ้น รวมทั้งคนจบศิลปะหรือ MBA ซึ่งเมิ่อก่อนนี้เป็นปริญญาที่ค่อนข้างโดนดูแคลนจากทั้งบรินและเพจ

แล้วกูเกิ้ลก็ทำการวิเคราะห์ข้อมูลขนานใหญ่อีกครั้ง คราวนี้มาในชื่อโปรเจค อริสโตเติ้ล โดยศึกษาทีมงานที่มีประสิทธิภาพและความสร้างสรรค์สูง และถึงแม้ว่ากูเกิ้ลจะยังภาคภูมิใจในทีมที่รวมเอาเหล่าพนักงานขั้นเทพที่มีความเชี่ยวชาญสูงและสามารถเสนอไอเดียอันบรรเจิดได้อย่างไม่ยั้ง แต่สุดท้ายผลการวิเคราะห์ก็ชัดเจนว่าทีมที่มีประสิทธิภาพสูงและทำให้ไอเดียใหม่ๆเกิดได้กลับเป็นทีมรองๆที่ไม่ได้มีเฉพาะคนที่ฉลาดที่สุด แต่กลับมี soft skill ที่ดี คนในทีมมีความเท่าเทียมกัน เอื้อเฟื้อ เห็นอกเห็นใจ รับฟังและสนใจความคิดของเพื่อนร่วมทีม มีความฉลาดทางอารมณ์ และที่สำคัญคือทุกคนมีความมั่นคงทางอารมณ์ ไม่มีการกลั่นแกล้ง ทุกคนในทีมรู้สึกมั่นใจที่จะแสดงความคิดเห็นและยอมรับในความผิดพลาดของตน และรู้สึกว่าความคิดของตนสำคัญต่อความสำเร็จของกลุ่ม

บริษัทกูเกิ้ลสามารถวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากเพื่อให้ได้คำตอบที่สำคัญต่อการพัฒนาองค์กรของตนเอง และได้นำข้อสรุปเหล่านี้ไปใช้จริงเพื่อเพิ่มศักยภาพของทีมงานอย่างก้าวกระโดด นอกจากนี้บริษัทอื่นๆอีกจำนวนมาก เช่น IBM และ Chevron ก็มีบทสรุปที่คล้ายกันในเรื่องของทักษะที่พวกเขามองหาในคนที่พวกเขาต้องการมาร่วมทีม โดยความสามารถในการสื่อสารกับผู้อื่นมักโดนจัดให้เป็นหนึ่งในสามสิ่งที่สำคัญที่สุด

ถึงแม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่ใช่สิ่งใหม่แต่ในความเป็นจริงก็เป็นทักษะที่ต้องใช้เวลาเรียนรู้และฝึกฝน และแม้ว่าการศึกษา STEM จะยังคงมีความสำคัญอย่างมากสำหรับโลกปัจจุบัน แต่การศึกษาด้านอื่นๆ โดยเฉพาะการศึกษาแบบเปิดกว้างที่สอนให้มีทักษะเกี่ยวกับผู้คน มีความคิดวิพากษ์และสร้างสรรค์ ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน และหากเรามั่นใจว่าเรารักที่จะเรียนรู้สิ่งใด สาขาเอกอะไร ก็จงมุ่งมั่นศึกษาในสิ่งนั้น พร้อมเก็บเกี่ยวทักษะ soft skill ให้ครบ เพราะเชื่อเถอะว่าหนทางในการทำงานจะเปิดกว้างให้เราค้นหาและเลือกเดินได้เอง

 

ข้อมูลจาก

The Washington Post

17 ธันวาคม 2560

ส่งต่อบทความนี้ให้เพื่อน คลิก

ติดตามข้อมูลด้านการศึกษาดี ๆ คลิก

Previous Article
Weekly-Updated Extracurricular Activities
Weekly-Updated Extracurricular Activities

Gain more experience and strengthen up your profile. Check out weekly-updated interesting extracurricular ...

Next Article
Win the US and UK Admissions Game
Win the US and UK Admissions Game

This year, Crimson students have secured offers to Many more top universities around the globe. What did th...